วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สัปปุริสธรรม 7
ธรรมของคนดี ธรรมของสัตบุรุษ ธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ คุณสมบัติของคนดี

1. ธัมมัญญุตา = รู้จักเหตุ
ความรู้จักธรรม หรือ รู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมดา รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และรู้หลักการที่จะทำให้เกิดผล อาทิ นักเรียนรู้ว่าจะเรียนอย่างไร ต้องปฏิบัติอย่างไร ภิกษุรู้ว่าหลักธรรมข้อนั้นๆ คืออะไร มีอะไรบ้าง พระมหากษัตริย์ทรงทราบว่าหลักการปกครองตามราชประเพณีเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง รู้ว่าจะต้องกระทำเหตุอันนี้ หรือกระทำตามหลักการข้อนี้ จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการอันนั้น เป็นต้น
 
2. อัตถัญญุตา = รู้จักผล
ความรู้จักอรรถ รู้ความมุ่งหมาย หรือ รู้จักผล คือ รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการกระทำหรือความเป็นไปตามหลัก เช่น รู้ว่าหลักธรรมหรือภาษิตข้อนั้นๆ มีความหมายว่าอย่างไร หลักนั้นๆ มีความมุ่งหมายอย่างไร กำหนดไว้หรือพึงปฏิบัติเพื่อประสงค์ประโยชน์อะไร การที่ตนกระทำอยู่มีความมุ่งหมายอย่างไร เมื่อทำไปแล้วจะบังเกิดผลอะไรบ้างดังนี้เป็นต้น
 
3. อัตตัญญุตา = รู้จักตน
ความรู้จักตน คือ รู้ว่าตัว เรานั้น ว่ามีสถานภาพเป็นอะไร ฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรม เป็นต้น ว่าขณะนี้ เท่าไร อย่างไร แล้วประพฤติให้เหมาะสม และรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไป
 
4. มัตตัญญุตา = รู้จักประมาณ
ความรู้จักประมาณ คือ ความพอดี เช่น ภิกษุรู้จักประมาณในการรับและบริโภคปัจจัยสี่ คฤหัสถ์รู้จักประมาณในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ นักเรียนรู้จักประมาณ กำลังของตนเองในการทำงาน รัฐบาลรู้จักประมาณการเก็บภาษีและการใช้งบประมาณในการบริหารประเทศ เป็นต้น
 
5. กาลัญญุตา = รู้จักกาล
ความรู้จักกาล คือ รู้กาลเวลาอันเหมาะสม และระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจ กระทำหน้าที่การงาน เช่น ให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลา ให้ทันเวลา ให้พอเวลา ให้เหมาะเวลา เป็นต้น
 
6. ปริสัญญุตา = รู้จักชุมชน
ความรู้จักบริษัท คือ รู้จักกลุ่มบุคคล รู้จักหมู่คณะ รู้จักชุมชน และรู้จักที่ประชุม รู้กิริยาที่จะประพฤติต่อชุมชนนั้นๆ ว่า ชุมชนนี้เมื่อเข้าไปหา ต้องทำกิริยาหรือปฏิบัติแบบนี้ จะต้องพูดอย่างไร ชุมชนนี้ควรสงเคราะห์อย่างไร เป็นต้น
 
7. ปุคคลปโรปรัญญุตา = รู้จักบุคคล
ความรู้จักบุคคล คือ ความแตกต่างแห่งบุคคลว่า มีอัธยาศัย มีความสามารถ มีคุณธรรม เป็นต้น ผู้ใดหยิ่งหรือหย่อนอย่างไร และรู้ที่จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นๆ ด้วยดี ว่าควรจะคบหรือไม่ จะใช้ จะตำหนิ หรือยกย่อง และแนะนำสั่งสอนอย่างไร เป็นต้น

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เบญจศีล หรือ ศีล 5


เบญจศีล หรือ ปัญจสีล แปลว่า ศีล 5 เป็นศีลหรือข้อห้ามในลำดับเบื้องต้นตามพระโอวาทของพระพุทธโคดม พระศาสดาแห่งพุทธศาสนาพระองค์ปัจจุบัน แต่ทั้งนี้เบญจศีลเป็นหลักการที่มีมาและเป็นที่สั่งสอนทั่วไปก่อนพระพุทธโค ดมอุบัติแล้ว[1] จัดเป็นศีลขั้นต่ำของพระโสดาบัน
เบญจศีลเป็นหลักธรรม ประจำสังคมมนุษย์ ในพิธีกรรมทั้งปวงแห่งพุทธศาสนา ภิกษุจึงนิยมกล่าวป็นภาษาบาลีมอบศีลที่ตนมีให้บุคคลร่วมรักษาด้วย เรียกว่า "ให้ศีล" และพุทธศาสนิกจักกล่าวรับปากว่าจะรักษาศีลหรือที่เรียกว่ากล่าว "รับศีล" ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ภิกษุเท่านั้นที่ให้ศีล ฆราวาส

ผู้รักษาศีลอยู่แล้วก็สามารถให้ศีลแก่บุคคลอื่นได้ด้วย ศีล 5 มีดังนี้จ้า
1. ปาณาติบาต ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเบียดเบียนชีวิต
2. อทินนาทาน อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้
3. กาเมสุมิจฉาจาร กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ
4. มุสาวาท มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการกล่าวเท็จ
5. สุราเมรยมัชปมาทัฏฐาน สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


"จริยธรรม" แยกออกเป็น จริย + ธรรม ซึ่งคำว่า จริย หมายถึง ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ ส่วนคำว่า ธรรม มีความหมายหลายประการ
เช่น คุณความดี, หลักคำสอนของศาสนา, หลักปฏิบัติ เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกันเป็น "จริยธรรม" จึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า "หลักแห่งความประพฤติ"
หรือ "แนวทางของการประพฤติ"


ข้อดีของการมีจริยธรรม


ลักษณะของผู้มีจริยธรรม ผู้มีจริยธรรมจะเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะดังนี้

  1. เป็นผู้ที่มีความเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายต่อการปฏิบัติชั่ว
  2. เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม และมีเมตตากรุณา
  3. เป็นผู้มีสติปัญญา รู้สึกตัวอยู่เสมอ ไม่ประมาท
  4. เป็นผู้ใฝ่หาความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพ เพื่อความมั่นคง
  5. เป็นผู้ที่รัฐสามารถอาศัยเป็นแกนหรือฐานให้กับสังคม สำหรับการพัฒนาใด ๆ ได้

    เมื่อ คนเราไม่มีจริยธรรมการแยกสิ่งถูกจากผิด ดีจากเลว ความประพฤติว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด หรืออะไรควร อะไรไม่ควร เมื่อไม่มีจริยธรรมแล้วสิ่งที่กระทำก็จะออกมาในทางที่ไม่ดี
ประโยชน์ของจริยธรรม
จริยธรรม เป็นระบบเก่าของการทำความดี ละเว้นความชั่ว มีทั้งปัจจัยนำเข้า ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงเหตุทั้งทางด้านจิตใจ และสถานการณ์ของจริยธรรมและพฤติกรรมจริยธรรม รวมทั้งเป็นปัจจัยส่งออก ที่เป็นผลของการมีจริยธรรม หรือมีพฤติกรรมจริยธรรม โดยผลนี้อาจอยู่ในรูปแบบทั้งจิตลักษณะและพฤติกรรมของบุคคลผู้กระทำ และผลต่อบุคคลอื่น ต่อกลุ่ม ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อโลก


 จริยธรรมเป็นความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


ระเบียบ

     ระเบียบ หมาย ถึง แบบแผนหรือข้อกำหนดที่วางไว้เป็นแนวทางให้สมาชิกในองค์กรหนึ่งๆ ปฏิบัติเพื่อความเรียบร้อยขององค์กรนั้น เช่น นักเรียนทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน ข้าราชการและพนักงานทุกคน ระเบียบ เป็นข้อกำหนดในสังคมขององค์กรในการทำงาน และในการปฏิบัติตน

จุดมุ่งหมาย

     ให้นำไปปฏิบัติตน เพื่อให้เกิดความสงบสุข ความเรียบร้อย และความสวยงาม คนที่มีระเบียบ รู้จักระเบียบ และทำตนตามระเบียบจะเป็นคนที่มีความสุข เป็นที่ชื่นชมของคนอื่น และเป็นผู้ที่ทำให้สังคมเป็นสุข เช่น เขาเขียนหนังสือเป็นระเบียบดี เธอจัดวางข้าวของเป็นระเบียบ แสดงว่า เป็นคนที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ทหารเดินแถวอย่างมีระเบียบดูงามตา ผู้ที่มางานจอดรถเข้าที่จอดเป็นระเบียบดีทุกคน
ความแตกต่างกันระหว่าง กฏ และ ระเบียบ

- กฏ  คือ ข้อบังคับ
- ระเบียบ  คือ  ข้อปฏิบัติ

      กฎ  มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่ง หมายถึง ข้อความหรือถ้อยคำที่บังคับให้ปฏิบัติตามการปฏิบัติตามอาจเป็นการให้กระทำ หรือไม่ให้กระทำก็ได้ อาจมีข้อกำหนดลงโทษผู้ที่ทำผิดกฎแต่การลงโทษจะหนักเบาขึ้นอยู่กับอำนาจของ ผู้ออกกฎ และการกระทำที่กำหนดเป็นกฎนั้น การทำผิดกฎอาจไม่ต้องรับโทษเลย หรือรับโทษสถานเบา เช่น การตัดสิทธิบางอย่าง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นถูกประหารชีวิต ก็ได้ เช่น พ่อตั้งกฎไว้ว่าใครวิ่งบนเรือนจะถูกเคาะตาตุ่ม หอพักนี้มีกฎห้ามคนที่ไม่ได้พักอยู่ขึ้นชั้นบนและห้ามคนที่พักอยู่รับแขกใน ห้องของตน นักเรียนทุกคนต้องทำตามกฎของโรงเรียน คนที่ทำผิดกฎจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ การประกาศใช้กฎอัยการศึกก็เพื่อให้ทหารมีอำนาจปราบผู้ที่ก่อความไม่สงบให้ บ้านเมืองได้ในทันที คำว่า กฎ ตามความหมายนี้มีลักษณะเป็นข้อบังคับให้กระทำตาม จึงอาจใช้คำซ้อนว่า กฎข้อบังคับ คือ กฎที่ใช้บังคับ หรือเรียกว่า กฎเกณฑ์ หมายถึง กฎที่กำหนดไว้เป็นหลักหรือแนวทางให้ปฏิบัติตาม
      ระเบียบ หมาย ถึง แบบแผนหรือข้อกำหนดที่วางไว้เป็นแนวทางให้สมาชิกในองค์กรหนึ่งๆ ปฏิบัติเพื่อความเรียบร้อยขององค์กรนั้น เช่น นักเรียนทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน ข้าราชการและพนักงานทุกคน ระเบียบ เป็นข้อกำหนดในสังคมขององค์กรในการทำงาน และในการปฏิบัติตน เพื่อให้เกิดความสงบสุข ความเรียบร้อย และความสวยงาม คนที่มีระเบียบ รู้จักระเบียบ และทำตนตามระเบียบจะเป็นคนที่มีความสุข เป็นที่ชื่นชมของคนอื่น และเป็นผู้ที่ทำให้สังคมเป็นสุข เช่น เขาเขียนหนังสือเป็นระเบียบดี เธอจัดวางข้าวของเป็นระเบียบ แสดงว่า เป็นคนที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ทหารเดินแถวอย่างมีระเบียบดูงามตา ผู้ที่มางานจอดรถเข้าที่จอดเป็นระเบียบดีทุกคน